วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

วิจัย ความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ที่มีต่อสาขาวิชานิเทศศาสตร์ (ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ชื่อเรื่อง                      ความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ที่มีต่อสาขาวิชา
       นิเทศศาสตร์ (ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
คณะผู้วิจัย                นางสาวดวงฤทัย                    เอกวงษา
                                นางสาวทิพย์นภา                   คำคูณ
                                  นางสาวนิสา                          ฤทธิบุญ
                                นางสาวจรรยา                       สำนักบ้านโคก
                                นางสาวละอองดาว                อาจหาร
                                นางสาวศุภจิตร                      ศรีสิงห์
สังกัด                       สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ  มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี
ปีการศึกษา                2559
ระดับการศึกษา          ปริญญาตรี นิเทศศาสตรบัณฑิต (นศ..) แขนงวารสารสนเทศ
อาจารย์ที่ปรึกษา        ผศ.ดร.เสกสรร  สายสีสด


บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์(ภาคปกติ) ที่มีต่อสาขาวิชานิเทศศาสตร์และเพื่อทราบถึงปัญหาและอุปสรรค์ของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ที่มีต่อสาขาวิชานิเทศศาสตร์(ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยวิธีการเก็บข้อมูลแบ่งออกเป็น 4 ชั้นปี 3 แขนงวิชา ได้แก่ วารสารสนเทศ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และการประชาสัมพันธ์ อ้างอิงตามรายชื่อจากฝ่ายทะเบียนมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 - 4 มีจำนวน 499 คน  เก็บรวบรวมกลุ่มตัวอย่างได้ตามจำนวนจริง คือ 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสำรวจความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักศึกษา สาขาวิชานิเทศศาสตร์ที่มีต่อสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลได้จากโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ พบว่า จำนวนเพศหญิง  มีมากที่สุดถึง  239  คน  คิดเป็นร้อยละ  59.8  รองลงมา  คือเพศชาย จำนวน 161  คน  คิดเป็นร้อยละ  40.3  ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1  มากที่สุดถึง  108 คน คิดเป็นร้อยละ  27.0  รองลงมานักศึกษาชั้นปีที่  2 จำนวน  106 คน คิดเป็นร้อยละ 26.5  นักศึกษาชั้นปีที่ 3  จำนวน  96  คน  คิดเป็นร้อยละ 24.0  และนักศึกษาชั้นปี  4 จำนวน  90  คิดเป็นร้อยละ  22.5  ตามลำดับ
ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ที่มีต่อสาขาวิชานิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตามสาขาวิชานิเทศศาสตร์ควรมีการจัดการด้านใดเพิ่มเติม  พบว่า ด้านวัสดุอุปกรณ์  มีจำนวนมากถึง  276 คน คิดเป็นร้อยละ 69.0 รองลงมาคือ ด้านบุคลากร มีจำนวน  45 คน คิดเป็นร้อยละ  11.รองลงมาคือ ด้านหลักสูตร จำนวน  41 คน คิดเป็นร้อยละ 10.3 และสุดท้ายด้านอาคารและสถานที่ มีจำนวน 38 คน ติดเป็นร้อยละ 9.5 ตามระยะเวลาในการเรียนการสอนของสาขาวิชานิเทศศาสตร์มีความเหมาะสมหรือไม่  พบว่า มีความเหมาะสม  จำนวนมากถึง  345 คน คิดเป็นร้อยละ  86.3 ไม่เหมาะสม มีจำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 13.5 และอื่นๆ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.3
ผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามอุปกรณ์การเรียนการสอนของสาขาวิชานิเทศศาสตร์เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่  พบว่า ไม่เพียงพอ  มีจำนวนมาก ถึง 288 คน คิดเป็นร้อยละ 72.0 เพียงพอ มีจำนวน 111 คน คิดเป็นร้อยละ 27.8 และอื่นๆ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.3 ผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามอาจารย์แต่ละท่านให้ความสำคัญต่อนักศึกษาทุกคนเท่าเทียมกันหรือไม่  พบว่า ให้ความสำคัญต่อนักศึกษาทุกคนเท่าเทียมกัน   มีจำนวนมากถึง  284 คน คิดเป็นร้อยละ 71.0 ไม่เท่าเทียม มีจำนวน 108 คน คิดเป็นร้อยละ 27.0 และอื่นๆ จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 2.0
ผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามเมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาแล้วนักศึกษาคิดว่าจะไปประกอบอาชีพด้านใด  พบว่า ประกอบอาชีพตรงตามสายที่เรียนมา จำนวน  197 คน คิดเป็นร้อยละ 49.3 รองลงมา คือ ธุรกิจส่วนตัว  มีจำนวน 120 คน คิดเป็นร้อยละ 30.0 ถัดมา คือ ยังไม่ได้คิด จำนวน 76 คน คิดเป็นร้อยละ 19.และ อื่นๆ จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 1.8 ผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตาม ต้องการให้สาขาวิชานิเทศศาสตร์จัดกิจกรรมเพิ่มเติมในด้านใดมากที่สุด  พบว่า ด้านนันทนาการ  มีจำนวนมากถึง  164 คน คิดเป็นร้อยละ 41.รองลงมา คือ ด้านหลักวิชาการ  มีจำนวน 138 คน คิดเป็นร้อยละ 34.5 ถัดมา คือ ด้านกิจกรรมชมรม, ชุมชน จำนวน 93 คน คิดเป็นร้อยละ 23.และ อื่นๆ จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.3
ผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามตามกิจกรรมที่ชื่นชอบของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ ( ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ )   พบว่า  กิจกรรมต้อนรับน้องใหม่  ชื่นชอบมากที่สุด จำนวน  250  คน  คิดเป็นร้อยละ  62.อันดับถัดมา  คือ  ไหว้ครู  จำนวน  162  คน  คิดเป็นร้อยละ  40.อันดับถัดมาคือ  ละครเวทีนิเทศศาสตร์  จำนวน  140  คน  คิดเป็นร้อยละ  35.อันดับถัดมาคือ  งานเลี้ยงอำลารุ่นพี่  จำนวน  130  คน  คิดเป็นร้อยละ  32.อันดับถัดมาคือ  ศึกษาดูงาน  จำนวน  129  คน  คิดเป็นร้อยละ  32.อันดับถัดมาคือ  วันราชภัฏวิชาการ  จำนวน  108  คน  คิดเป็นร้อยละ  27.อันดับถัดมาคือ  งานปีใหม่  จำนวน  90  คน คิดเป็นร้อยละ  22.อันดับถัดมาคือ  โฮมรูม  จำนวน  85  คน  คิดเป็นร้อยละ  21.อันดับถัดมาคือ  บรรยายพิเศษ  จำนวน  82  คน คิดเป็นร้อยละ  20.อันดับถัดมาคือ  การเตรียมความพร้อมน้องใหม่  จำนวน  71  คน  คิดเป็นร้อยละ  17.และอื่นๆ จำนวน  คน  คิดเป็นร้อยละ  1.ตามลำดับ
ผลการวิจัยพบว่าความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ (ภาคปกติ) ที่มีต่อสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลับราชภัฎอุดรธานี โดยภาพรวมแล้วอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านอาจารย์ผู้สอนในภาพรวมของหลักสูตร(ค่าเฉลี่ย =3.98 ) รองลงมาคือ ด้านการจัดการเรียนการสอน (ค่าเฉลี่ย =3.79 ) ด้านวัตถุประสงค์และโครงสร้างหลักสูตร (ค่าเฉลี่ย=3.78 ) ด้านเนื้อหาที่เปิดสอนในหลักสูตร( ค่าเฉลี่ย=3.77 ) ด้านการวัดและประเมินผล(ค่าเฉลี่ย=3.77) ด้านกิจกรรมนักศึกษาและการพัฒนานักศึกษา (ค่าเฉลี่ย=3.77) และด้านระบบสนับสนุน (ค่าเฉลี่ย=3.69 )ตามลำดับ
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามท่านคิดว่าสิ่งใดบ้างที่เป็นอุปสรรค์ต่อการเรียนในแต่ละวิชา พบว่า  สิ่งที่เป็นอุปสรรค์ต่อการเรียนในแต่ละวิชาคือ ด้านเสียงรบกวนจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน มีจำนวนมากถึง 192 คน คิดเป็นร้อยละ 48.รองลงมาคือ ด้านไม่เข้าใจเนื้อหาการเรียน มีจำนวน  175 คน คิดเป็นร้อยละ 43.ด้านเสียงรบกวนจากภายนอกห้องเรียน มีจำนวน  164 คน คิดเป็นร้อยละ  41.ด้านสื่อการเรียนการสอนไม่เพียงพอ มีจำนวน  128 คน คิดเป็นร้อยละ 32.ด้านอาจารย์สอนไม่เข้าใจ มีจำนวน  84 คน คิดเป็นร้อยละ 21.และด้านอื่นๆ มีจำนวน  13 คน คิดเป็นร้อยละ  3.3

วิจัย พฤติกรรมการใชแอปพลิเคชันโปเกมอนโก(Pokémon GO) ของประชาชนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี

ชื่อเรื่อง
พฤติกรรมการใชแอปพลิเคชันโปเกมอนโก(Pokémon GO) ของประชาชนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
คณะผู้วิจัย
นางสาวพนิดา    คา ภูแสน 
นางสาววรณัน หลา้ พิมพส์ ิงห์ 
นายธนภทัร    มาลาศรี 
นางสาวพิมพพ์ ชัชาเทียนหอม นายธดร    เบ็ญจจินดา 
นางสาวจุฬารัตน์  ปัสสา   
ระดับการศึกษา
ปริญญาตรี สาขาวชิ านิเทศศาสตรบณัฑิต (นศ.บ.)
สังกดั
สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏ อุดรธานี
ปี การศึกษา
2558
อาจารย์ทปี่ รึกษา
ผศ.ดร.เสกสรร   สายสีสด

                           บทคัดย่อ


 การศึกษาพฤติกรรมการใชแ้ อปพลิเคชัน โปเกมอน โก ่ (Pokémon GO) ของประชาชนใน เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีวตัถุประสงคด์งนีั ้
1.  เพื่อศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกบแอั           ปพลิเคชัน ่      Pokémon GOในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
2.  เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใชง้ านแอปพลิเคชัน ่  Pokémon GOในเขตเทศบาลนครอุดรธานี 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการใชง้ านแอปพลิเคชัน ่     Pokémon GOในเขตเทศบาลนคร เครื่องมือที่ใชใ้นการเก็บรวบรวมขอ้มูลคือ แบบสอบถาม และสถิติที่ใชใ้นการวเิคราะห์
ขอ้มูล คือร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วเิคราะห์ขอ้มูลโดยใชโ้ปรแกรม SPSS

ผลการวจิย พบวั า่
            1. จากกลุ่มตวัอยาง่ ผใู้ ชง้ านแอพลิเคชนั โปเกมอน โก ส่วนใหญ่เพศชาย อยูในช่  ่วงอายุ 
19 – 25 ปี จา นวน 183 คน คิดเป็นร้อยละ 45.75 และเป็นนกั เรียน นกั ศึกษา  มีรายไดป้ ระมาณ  5,001 – 10,000 บาท
2. พฤติกรรมการใชแ้ อพลิเคชนั โปเกมอน โก ของประชาชนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มีดงัต่อไปนี้
 2.1 การรับข่าวสารเกี่ยวกบแอพลิเคชนัั   โปเกมอน โก ส่วนใหญ่รับสารผานทางสื่อ่
โซเชียลมีเดีย โดยมีจา นวนคนเลือก 304 คน คิดเป็นร้อยละ 76 จา นวนคนไม่เลือก 96 คน คิดเป็น ร้อยละ 4 เนื่องจากเป็นช่องทางการสื่อสารที่ไดร้ับมาจากเพจทางการและสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกบบุคคลที่ติดตามขั ่าวสาร รวมถึงมีความสนใจอยางเดียวก่ นั
2.2 เหตุผลในการเลือกใชแ้อพลิเคชนั โปเกมอน โก ส่วนใหญ่คือ เพื่อการสะสม
ตวัละครโปเกมอน มีจา นวนคนเลือก 239 คน คิดเป็นร้อยละ 59.75 และมีจา นวนคนไม่เลือก 161 คน คิดเป็นร้อยละ 40.25
3. ประชาชนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มีความพึงพอใจต่อแอพลิเคชนั โปเกมอน โก อยู่ ในระดบั มาก เนื่องจากแอพลิเคชนั โปเกมอน โก สามารถเขา้ถึงไดง้่าย ( ค่าเฉลี่ย =3.91)  และเขา้ใจง่าย ( ค่าเฉลี่ย =3.90) พร้อมทั้งไดร้ ับความสนุกสนานเมื่อใชง้ าน ( ค่าเฉลี่ย =3.79) นอกจากนี้ ประชาชนในเขตเทศบาลนคร อุดรธานี ยงัมีความพึงพอใจต่อแอพลิเคชัน โปเกมอน โก ในดา้นการพฒันาให้ตรงกบความต้องการ อยูในระดับปานกลาง จากการที่แอพลิเคชนัมีการอพัเดทล่าชา้ ไม่ตรงกบความต้องการ      ( ค่าเฉลี่ย =3.25) และตัวละครโปเกมอนที่มีอยูไม่ ่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร ( ค่าเฉลี่ย =3.03

วิจัย พฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและความพึงพอใจของนักศึกษาหอพักภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ชื่อเรื่อง                  พฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและความพึงพอใจของนักศึกษาหอพักภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ผู้วิจัย                    นายนิยมพันธ์  ปัฐวี
                            นางสาววัชรี  วุฒิสาร
                            นายเอกราช  เจริญสุข
                            นายเจษฎากร  วนชัยสงค์
                            นางสาวสิรรินทร์ กุลพัฒน์ธนัตถ์

สังกัด                   สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี                   
ปีที่วิจัย                2559                                                                                                                                 
อาจารย์ที่ปรึกษา     ผศ.ดร. เสกสรร  สายสีสด
บทคัดย่อ
            การศึกษาเรื่องพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและความพึงพอใจของนักศึกษาหอพักภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากรศาสตร์และพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารของนักศึกษาหอพักในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีเพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเข้าพักหอพัก ของนักศึกษาที่เข้าพักหอพักมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีเพื่อศึกษาความคาดหวังการใช้ประโยชน์ จากหอพักของนักศึกษาที่เข้าพักในหอพักมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีผลวิจัยสรุปว่า
            กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 382 คน คิดเป็นร้อยละ 82.0กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่กำลังศึกษาที่คณะวิทยาการจัดการมากที่สุด จำนวน 209 คิดเป็นร้อยละ 52.3 กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในระดับการศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่1จำนวน336 คนคิดเป็นร้อยล่ะ 84.0กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ใช้จ่ายต่อเดือน5001 – 7000จำนวน 188คน คิดเป็นร้อยล่ะ 47.0
                จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการเปิดรับข่าวสารผ่านทาง อินเทอร์เน็ตคิดเป็นร้อยละ 71.8 โดยส่วนใหญ่เปิดรับข่าวสารทุกวัน คิดเป็นร้อยละ 47.5ด้านความพึงพอใจพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ พอใจมาก โดยมีความพึงพอใจด้านเนื้อหาของสื่อที่เผยแพร่ภายในหอพักในการรับข่าวสารของนักศึกษาคิดเป็นค่าเฉลี่ย4.44  ลองลงมาคือมีความพึงพอใจมากเรื่องของความปลอดภัย (ในขณะที่อยู่ในหอพัก)มียามรักษาการตลอด 24 ชั่งโมงคิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.42 และคาดหวังที่จะได้รับข่าวสารในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนหรือหลังเวลา 17.00 น.มากเพราะไม่รบกวนเวลาเรียนและไม่เบียดเบียนผู้อื่นคิดเป็นค่าเฉลี่ย4.50                  

วิจัย ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อรายการโทรทัศน์ผ่านสื่อทีวีดิจิตอลในเขตเทศบาลนครอุดรธานี

ชื่อเรื่อง                       ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อรายการโทรทัศน์ผ่านสื่อทีวีดิจิตอล
                                 ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี 
คณะผู้วิจัย                  นางสาวพจนีย์    เค้าเหลืองชัย
                                   นายจักราชัย      ไชยรบ
                                          นายชานนตรี  ศรีคุณแสง
                                นายยิ่งยศ    บุญปัน
                                นางสาวสุภาภรณ์   มีกลัว
ระดับการศึกษา            ปริญญาตรี
สังกัด                         สาขาวิชานิเทศศาสตร์  คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ปีที่วิจัย                      2557

ที่ปรึกษา                     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เสกสรร   สายสีสด

                                                                                  บทคัดย่อ 

              การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงลักษณะทางประชากรในจังหวัดอุดรธานี เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับรายการโทรทัศน์ผ่านสื่อทีวีดิจิตอลของประชาชนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และเพื่อความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อรายการโทรทัศน์ผ่านสื่อทีวีดิจิตอลในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยศึกษาจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 400 คน  สุ่มจากนักศึกษาโดยใช้วิธีสุ่มแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม จำนวน 1 ชุด ที่คณะผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง และวิเคราะห์ผลการศึกษาด้วย โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
              ผลการศึกษา พบว่า ประชาชนที่ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ 30 - 39 ปี มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี  มีสถานภาพสมรส มีรายได้ต่อเดือน 10,000 - 20,000 บาท และมีอาชีพธุรกิจส่วนตัว 
              ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการเปิดรับรายการโทรทัศน์ผ่านสื่อทีวีดิจิตอล  พบว่า ส่วนใหญ่สามารถรับชมได้ 99.3% โดยรับชมทีวีดิจิตอลในระบบกล่องรับสัญญาณset top box  ผ่านทางโทรทัศน์ ติดตามรับชมรายการโทรทัศผ่านสื่อทีวีดิจิตอลในช่วงค่ำ ในการรับชมช่องทีวีดิจิตอลที่ชื่นชอบในหมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัว ส่วนใหญ่ติดตามรับชมช่อง 3 Family ในหมวดหมู่ข่าวสารสาระ ส่วนใหญ่ติดตามรับชม ติดตามรับชมช่อง Nation ในหมวดหมู่บริการทางธุรกิจ ส่วนใหญ่ติดตามรับชมติดตามรับชมช่อง Workpoint  และในหมวดความคมชัดสูง ส่วนใหญ่ติดตามรับชม 0 ติดตามรับชมช่อง 7 HD  
            ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อรายการโทรทัศน์ผ่านสื่อทีวีดิจิตอลในเขตเทศบาลนครอุดรธานี พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจที่มีต่อรายการโทรทัศน์ผ่านสื่อทีวีดิจิตอล สูงสุดในด้านเนื้อหา (ค่าเฉลี่ย = 3.99) รองลงมาคือ ด้านอิทธิพลจากการรับชมรายการ    ( ค่าเฉลี่ย = 3.98) และด้านเทคนิค (จากการชมรายการ) ( ค่าเฉลี่ย = 3.90)  ตามลำดับ

วิจัย ความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสื่อประชาสัมพันธ์

ชื่อเรื่อง             :       ความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสื่อประชาสัมพันธ์
ในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
คณะผู้วิจัย         :       นายธนชิต  พลนาล้อม
                             นายชนกานต์  คุณละ
                             นายพิทวัส  พรหมลัทธิ
                             นางสาวจุทามาศ  บัณฑิต
                             นางสาวนันทวัญ  วังคำแหง
                             นางสาวธนภรณ์  ปัดถาวะโร
ระดับการศึกษา    :       ปริญญาตรีนิเทศศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์
สังกัด               :       สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี
ปีการศึกษา        :       2559

อาจารย์ที่ปรึกษา  :       ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด

บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสื่อประชาสัมพันธ์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษามีจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามและประมวลผลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS แล้วจึงนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสถิติวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) คือ ค่าร้อยละและค่าเฉลี่ย และการนำเสนอข้อมูลในตาราง โดยได้ผลวิจัยดังนี้
จากผลการศึกษาพบว่ามีระดับความพึงพอใจต่อรูปแบบของสื่อประชาสัมพันธ์ภายในมหาวิทยาลัย   อยู่ในระดับ ปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 3.30 โดยมีความพึงพอใจต่อสื่อแฟนเพจ Facebook  มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 3.84 มีระดับความต้องการเลือกรับสารข่าวภายในมหาวิทยาลัย อยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 3.76               มีความต้องการเลือกรับสารต่อสื่อแฟนเพจ Facebook มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 3.78 มีระดับการใช้                และความพึงพอใจต่อข่าวสารที่ได้รับจากสื่อประชาสัมพันธ์ภายในมหาวิทยาลัย อยู่ในระดับ ปานกลาง         มีค่าเฉลี่ย 3.39 มีการใช้และความพึงพอใจต่อสื่อแฟนเพจ Facebook มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 3.81 ปัญหาและอุปสรรคของสื่อประชาสัมพันธ์ คือ ข่าวสารไม่ทั่วถึง คิดเป็นร้อยละ 62.5 รองลงมาคือ ข่าวสารล่าช้า คิดเป็นร้อยละ 50.5 สื่อที่ควรได้รับการปรับปรุงคือเสียงตามสาย คิดเป็นร้อยละ 30.0 รองลงมาคือ สื่อแฟนเพจ Facebook คิดเป็นร้อยละ 27.0 และสื่อประชาสัมพันธ์ที่มีความน่าสนใจ คือ สื่อแฟนเพจ Facebook         คิดเป็นร้อยละ 61.0 รองลงมาคือ สื่อเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 41.5 

วิจัย พฤติกรรมการรับชมภาพยนตร์

ชื่อเรื่อง          :
พฤติกรรมการรับชมภาพยนตร์ของนักศึกษาในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
คณะผู้วิจัย       :
นายประเสริฐ     พนาลิกุล
                     
นางสาวอาทิยา ชาวนา
                     
นางสาวสุพัตรา พรมยาลี
                     
นายณัฐกานต์    ดาํ ดา
ระดับการศึกษา :
ปริญญาตรีนิเทศศาสตรบัณฑิต
หน่วยงาน        :
สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์) 
                     
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ปีการศึกษา      :
2559
อาจารย์ที่ปรึกษา:
ผศ.ดร.เสกสรร  สายสีสด


                                                 บทคัดย่อ

 การศึกษาวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมการรับชมภาพยนตร์ของนักศึกษาในเขตเทศบาลนครอุดรธานี” มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเลือกรับชมภาพยนตร์ของนักศึกษาในเขต เทศบาลนครอุดรธานี 2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจรับชมภาพยนตร์ของนักศึกษาในเขต เทศบาลนครอุดรธานี 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการรับชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักศึกษาในเขตเทศบาลนครอุดรธานี  ซึ่งประกอบไปด้วย นักศึกษา 5 สถาบัน ได้แก่ นักศึกษาวิทยาลัยสันตพลอุดรธานี นักศึกษามหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี นักศึกษาวิทยาลัยพลศึกษาอุดรธานี นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวอุดรธานี และนักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี โดยใช้แบบสอบถามจํานวน 400 ชุดเป็นเครื่องมือในการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า จากการศึกษาพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่นิยมรับชมภาพยนตร์ตลกและภาพยนตร์บู๊ และเลือกรับชม ภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ Major Cineplex เซ็นทรัล อุดรธานี เนื่องจากความมีคุณภาพและ ความทันสมัยของโรงภาพยนตร์ ส่วนใหญ่เลือกรับชมภาพยนตร์ในวันพุธ เพราะโรงภาพยนตร์มีโปรโมชั่น ลดราคาทุกวันพุธ จึงทําให้นักศึกษาไปรับชมภาพยนตร์ในวันนี้เพื่อลดค่าใช้จ่ายและนิยมไปชมภาพยนตร์ กับกลุ่มเพื่อน ช่องทางที่นักศึกษาใช้ในการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภาพยนตร์คือ สื่ออินเตอร์เน็ต ส่วน ดาราและนักแสดงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลมากต่อการตัดสินใจเลือกรับชมภาพยนตร์

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560

พฤติกรรมการซื้อของนักศึกษาที่มีต่อร้านสะดวกซื้อ UDRU มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี



ชื่อวิจัย                      พฤติกรรมการซื้อของนักศึกษาที่มีต่อร้านสะดวกซื้อ UDRU
                                                                                มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
   คณะผู้วิจัย ธนภัทร  ปากกุดเลาะ
นันธวัฒน์  ครองยุติ
พิมผกา  ศรีหริ่ง
สุพัตรา  พินิจมนตรี                                                                                      
สังกัด                                                    สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ
                                                                             มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ระดับการศึกษา                    ปริญญาตรี นิเทศศาสตร์บัณฑิต
อาจารย์ที่ปรึกษา                                  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสกสรร  สายสีสด

บทคัดย่อ
 รายงานการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาพฤติกรรมและความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการใช้บริการร้านสะดวกซื้อของมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานีโดยกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้คือกลุ่มนักศึกษาและลูกค้าที่มาใช้บริการร้านสะดวกซื้อของมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานีโดยการกำหนดกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาโดยใช้วิธีของมอร์แกน(morgan) ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 400 คน โดยการเก็บข้อมูลเป็นการสุ่มแบบบังเอิญ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยใช้วิธีทางสถิติ คือ ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (mean)  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) ผลการศึกษาพบว่า
1. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ส่วนใหญ่มีอายุ 17-24ปี มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่2  เป็นคณะวิทยาการจัดการเป็นส่วนมาก และส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่าย 5,001-10000 บาท
2.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการใช้บริการร้านสะดวกซื้อมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี เพื่อซื้อขนมต่างๆโดยส่วนใหญ่ใช้บริการร้านสะดวกซื้อเกือบทุกวันจากกลุ่มตัวอย่างส่วนมากมีความสะดวกในการใช้บริการ การซื้อของต่อครั้งส่วนใหญ่พบว่าซื้อจำนวนเงินประมาณ 1-100 บาท ความต้องการของลูกค้าส่วนมากคือมีความต้องอาหารแช่แข็งและบริการอุ่นจากไมโครเวฟจากกลุ่มตัวอย่างที่แยกข้อมูลการส่งเสริมการขายส่วนใหญ่แล้วพบว่าต้องการกิจกรรมสะสมสติ๊กเกอร์เพื่อแลกของสมนาคุณจากกลุ่มตัวอย่างที่แยกตามเวลาที่มาใช้บริการพบว่าส่วนใหญ่แล้วมาใช้บริการช่วงเที่ยง จากกลุ่มตัวอย่างที่แยกตามสถานที่ที่ใช้บริการส่วนใหญ่แล้วพบว่าใช้บริการร้านสะดวกซื้ออาคาร5เป็นส่วนมาก
3. กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในการใช้บริการร้านสะดวกซื้อของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มีความพอใจอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่กลุ่มตัวอย่างพอใจสูงสุดคือ                 ความหลากหลายของตราสินค้าที่วางจำหน่ายค่าเฉลี่ย 3.86 อยู่ในระดับพึงพอใจมาก รองลงมาคือความสะอาดและแสงสว่างของร้านค่าเฉลี่ย 3.84 อยู่ในระดับพอใจมาก ลำดับที่ 3 คือ คุณภาพของสินค้าค่าเฉลี่ย 3.83  มีความพึงพอใจมาก ตามลำดับ